แม่

คราวนี้ขอเขียนถึงแม่ของตัวเองบ้าง

เราเองตั้งแต่เกิดก็เป็นเด็กที่ป่วยเป็นโน่นเป็นนี่มาโดยตลอด

ตั้งแต่เด็ก ก็มีพ่อกับแม่ดูแลเรามาโดยตลอด

ไม่รู้สิ ในการที่เราป่วยแบบนี้เหมือนเราได้อยู่กับแม่ได้อยู่ไกล้แม่มาโดยตลอด

สมัยช่วงหลายปีก่อนสมัย ม.ห้าที่เราเองกระดูกเคลื่อนไม่มีความรู้สึกอ่อนแรงชาไปทั้งตัว

ความรู้สึกตอนนั้นเรา เราเองเราคิดว่าชีวิตของเราคงจะจบที่นี่แหละคงไม่มีทางหายกลับไปเหมือนเดิม

เราร้องให้ คิดมากตลอดแต่แม่ก็คอยดูแลเราตลอด

ตอนนั้นเราอยู่โรงพยาบาล เรานอนอยู่ ตอนนั้นท้อและคิดมาก เลยร้องให้

แม่ก็มาช่วยพูดให้กำลังใจเรา ตลอดเดือนกว่าที่เราอยู่โรงพยาบาล แม่คอยดูแลเราตลอด

ในวันที่ผ่าตัด พอผ่าเสร็จเราขอให้แม่เฝ้าเราทั้งคืนได้มั๊ย เพราะใส่เครื่องช่วยหายใจเราพูดไม่ได้

แม่ก็ดูเราทั้งคืนจนถึงเช้าหมอมาถอดเครื่องช่วยหายใจออก แม่ถึงกลับไปนอน

พอออกจากโรงพย่าบาลมาบ้านแล้ว แม่ก็ช่วยกายภาพคอยดูแลเรา

พออยู่ด้วยกันก็ได้คุย เคยถามแม่ว่า เหนื่อยไหมที่ดูแลลูก แม่ก็บอกไม่เหนื่อยหรอก

บางครั้งเราคิดมาก คิดว่าตัวเองตัวเองคงจะเป็นภาระให้กับแม่และครอบครัว

เลยไปถามแม่ตรงๆว่า แม่ลูกเป็นภาระหรือเปล่า แม่ก็บอกว่าสำหรับลูกแล้วไม่เป็นภาระอะไรหรอก

ในการที่เราได้อยู่กับแม่ก็ทำให้ได้รู้เลยหล่ะแต่ละวันว่าแม่ทำอะไรบ้างเหนื่อยแค่ไหน

แต่เรานั้นช่วยเหลืออะไรท่านไม่ได้ เคยถามแม่อีกเหมือนกัน แม่ก็บอกลูกแม่เป็นคนดีแค่นี้ก็พอแล้วหล่ะ

เราเองเรียนแค่ ม ห้าก็ต้องลาออกมาเพราะสุขภาพเรียนต่อไม่ไหว

เคยวาดฝันไว้เหมือนกันอยากเรียนให้จบ อยากเรียนมหาลัย อยากเรียนให้แม่ตัวเอง

ได้ภูมิใจในตัวของเราบ้างเหมือนใครคนอื่นเขา แต่เราเรียนไม่ได้ไม่มีโอกาส

เราเองได้ถามเรื่องนี้เหมือนกันกับแม่ แม่ก็ตอบว่าที่ลูกเป็นอยู่ที่ลูกทำอยู่ทุกวันนี่ก็ดีแล้วแม่ภูมิใจในตัวลูกแล้วหล่ะ

เราเองถ้าไม่มีกำลังใจจากแม่ จากพ่อ จากครอบครัว จากเพื่อน และ ทุกๆคนป่านนี้เราจะเป็นอย่างไร

สุดท้ายนี้ไม่มีอะไร นอกจากคำว่า รักแม่ครับ

สุขสันต์วันแม่ครับ

KITTIPHUM